เข้าสู่ปีที่ 9 กับการเป็นเขียนไขและวานิช ศิลปินจากเชียงใหม่ ที่ถ่ายทอดความบลูในตัวเอง
ออกมายังคนฟังได้อย่างลึกซึ้ง

“ท้องฟ้า ทะเลดาว และเราสอง” นี่อาจจะเป็นคำนิยามสั้นๆสำหรับชายหนุ่มร่างเล็กจากเชียงใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ 

.

เข้าสู่ปีที่ 9 กับการสรรค์สร้างบทเพลงอันแสนอบอุ่นของ โจ้ - สาโรจน์ ยอดยิ่ง นี่คือนามที่แท้จริงของเขา ผู้ริเริ่มในทุกๆกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้องทำนอง หรือเรื่องราวระหว่างการเดินทาง
ที่ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นบทเพลงที่สามารถ touch คนฟังได้อย่างลึกซึ้งด้วยกีต้าร์โปร่งเพียงตัวเดียว 

วันนี้ WHAM มีโอกาสได้ชวน เขียนไขและวานิชมาพูดคุยกันถึงความเป็นมาของวง เรื่องราวต่างๆที่พวกเขาเล่าผ่านคำพูด ประสบการณ์ และฟีดแบ็คจากแฟนเพลง มาให้พวกเราชาว WHAM ได้อ่านกัน..

ที่มาของนามปากกาเขียนไขและวานิช?

- มันเป็นเทคนิคภาพพิมพ์สกรีนเชื้อน้ำกับน้ำมัน เป็นแขนงของสกรีนชื่อเทคนิคว่าเขียนไขและวานิช มันเป็นงานที่เชื้อน้ำมันกับเชื้อน้ำอยู่ในงาน 1 ชิ้นได้ ไม่ใช่งานสกรีนเสื้อนะ แต่สกรีนบนกระดาษเป็นศิลปะ สาขาภาพพิมพ์ เป็นการสกรีนบนตะแกรงไหม บนบล็อคที่ติดกับโต๊ะ แล้วเอากระดาษวางมาร์คสกรีนเป็นรูปลงไป ในความหมาย ผมว่าจริงๆน้ำกับน้ำมัน มันเข้ากันไม่ได้ไง แต่งานชิ้นนี้มันสามารถทำให้น้ำกับน้ำมันอยู่ในงานเดียวกันได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

เล่าถึงที่มา 8 ปี จะเข้าปีที่ 9 เป็นมายังไงถึงได้มาเป็นเขียนไขและวานิชในวันนี้?

- เราเริ่มจากฝึกงานที่แกลลอรี่ ตอนนั้นเรียน ปวช.2 เทอม 2 ก็ไปฝึกงานที่บ้านถวาย เป็นแกลลอรี่เขียนรูปนี่แหละครับแล้วก็ได้มาเจอกับรุ่นพี่ ชื่อพี่โก๋ brownhouse สอนผมวาดรูป สอนเล่นกีต้าร์โซโล่ ตั้งแต่ยังทำไม่เป็นกันเลยครับ แล้วก็วันนั้นมีเพื่อนคนนึงแต่งเพลง แล้วทุกคนก็รู้สึกว่า  เฮ้ย! แต่งเพลงได้เหรอวะ? ก็เลยลองแต่งกันดู อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยนั้นเลย ก็จะ 10 ปีแล้วครับ มีคนนึงแต่งเสร็จ พี่เรก็แต่งต่อ พี่เรอยู่อีกวงหนึ่งแต่งมาเล่นให้กันฟัง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากเลย ก็ทิ้งไว้อย่างนั้น ทิ้งไว้ในกระดาษนั่นแหละ แล้วพอมี soundcloud มา เราก็ทำลง soundcloud กันเสร็จก็ทิ้งไว้อย่างนั้นอีกครับ จนมาเข้าปี 1 ตอนนั้นผมเลิกเล่นดนตรีไปแล้ว แต่มีเพลงเก็บไว้ในนั้นเยอะอยู่ พอจบปี 1 สองคนนี้ทำวงอิสญา เล่นอยู่ร้านเหล้าแล้ววันนึงได้มาเล่นกรุงเทพ มาเล่นหลังแรกบาร์ แล้วหาคนเล่นแทนไม่ได้ เลยบอกให้ผมลองไปเล่นดูไหม ก็เลยลองไปเล่น ไปแทนวงอิสญา เจ้าของร้านก็บอกว่าเพลงดี แกก็แนะนำให้อัด ลองไปอัดดูเอาลงยูทูป  

ตอนนั้นก็เดินทางมาถึงปี 2 แล้ว (ปี2ปวช.จนมาถึงปี2มหาลัย) เพิ่งได้เอากลับมารื้อเล่น รวมๆแล้ว 8 ปี เข้าปีที่ 10 เชียงใหม่จะมีร้านดนตรีที่เล่นเพลงแต่งหลายร้าน ก็มี minimal bar, let it be ฯลฯ 

เริ่มรู้สึกตัวว่ามีแฟนเพลง เริ่มเป็นศิลปินตอนไหน?

- ตอนงานอีสานเขียวปีที่แล้ว เริ่มมามีคนฟังเพลงปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ฟังใน soundcloud เป็นกลุ่มเล็กๆที่ไม่ได้ฟังเพลงตลาด

เพลงไหนใช้เวลานานที่สุด?

- “อาจจะเพียง” เป็นเพลงแรกที่อัดตอน ปวช.2 เป็นเพลงแรกที่เขียนแล้วเอามาโชว์กันเลย

ในแนวคิดของโจ้ คิดว่าเพลงดีๆใช้เวลานานมั้ยกว่ามันจะดัง?

- เราปล่อยให้มันไหลไปเลยครับ แต่งเพราะมีความสุขก็แค่นั้น

ทักษะการแต่งเพลงคิดว่ามันคือพรสวรรค์หรือพรแสวง?

- ลักจำมากกว่า เก็บเล็กเก็บน้อย เก็บประโยคคำพูดจากหนังสือ และจากรุ่นพี่คนนึงที่สอนเราในสิ่งที่ดี  

แสดงว่าไม่มีจุดประสงค์ในการแต่งเพลงแต่ละเพลง?

- บางโมเม้นท์ก็เป็นแบบนี้ครับ บางเรื่องก็เจอกับตัวเองบ้าง

ทำไมถึงชอบแต่งเพลงที่มันดำดิ่ง เช่น หนีห่าง?

- อกหักบ่อย ชีวิตมันบลูอยู่ตลอดเวลา มีแต่ปัญหามาตั้งแต่เด็ก อยากจะแต่งเพลงที่มีความสุขก็แต่งไม่ได้

พูดถึงเพลงแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใครสักหน่อย..?

- เพลงนี้ผมเขียนวันเดียวเสร็จเลยนะ..

ตอนนั้นผมเพิ่งกลับจากน่าน เรื่องมันมีอยู่ว่าผมไปเจอคนคนนึง น่ารักมาก เลยคิดว่าทำไมสาวน่านเป็นผู้หญิงที่ไม่แต่งหน้าแล้วมีความเป็นธรรมชาติที่สุด เหมือนช้างเผือกในจังหวัด พี่ต่าย อภิรมย์แนะนำให้ผมอัดเพลงลงยูทูป ไม่งั้นผมก็ไม่กล้าลงเพลงเขินๆแบบนี้ 

มีหนังสือที่ชอบไหม?

- บินใต้ปีก,นักเดินทางแห่งสายลม (คนเกาหลีเป็นคนเขียน) เหมือนอ่านบทความ 1 บทความแล้วมันจุดประกายไอเดีย

คิดว่าเพลงของเราให้อะไรกับคนอื่นบ้าง?

- ให้ความบลูมั้ง (หัวเราะ) เหมือนมีเพื่อนทางความรู้สึก

มีโปรเจคจะทำเพลงรักเพิ่มไหม?

- เอาจริงๆ เพิ่งนอนคิดเลยนะว่าอยากทำ เพิ่งขึ้นสเตตัสบ่นๆไปว่าทำไมตัวเองเป็นคนดิ่งๆแบบนี้ 

ก็นอนคิดอยู่ว่าจะทำเพลงที่มันไม่ดาร์กเกินไป อยากทำให้มันสะอาด

ความรู้สึกของวันนี้ ที่ได้มาเป็นเขียนไขและวานิช?

- ถามว่าคุ้มมั้ย ผมว่าคุ้มนะ คุ้มที่ตัวเองได้ออกมาทำในสิ่งที่คนอื่นอยากจะทำเหมือนกันแต่เรามีโอกาสก่อน ตอนนี้เพลงเรามันนำไปสู่เด็ก วัยรุ่น ยันคนแก่ก็มีที่ชอบฟัง อย่างน้อยเกิดมาได้มีอะไรที่สร้างสรรค์ให้โลกใบนี้จดจำตายไปก็คุ้มแล้ว อะไรที่ดีก็เอาไปใช้ อะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งไป

 

ใครจะไปเชื่อว่าเพียงชายหนึ่งคน และกีต้าร์หนึ่งตัวทำเพลงลง soundcloud มานานหลายปี จะสามารถสร้างเสน่ห์ดึงดูดแฟนเพลงในช่วงยุคสมัยนี้ได้มากมาย ทั่วทุกภาคในประเทศไทย จะว่าไปก็คงหนีไม่พ้นถ้อยคำต่างๆ ที่ถูกเรียงร้อยอย่างสวยงามดังบทกวี มีการเปรียบเปรยสิ่งต่างๆได้อย่างลงตัว อีกทั้งเพลงที่ฮิตที่สุดอีกเพลงหนึ่ง “แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” ยังถูกยกมาเป็นเพลงจีบสาวแห่งยุคนี้เลยก็ว่าได้ รับรองว่าใครโดนจีบด้วยเพลงนี้คงต้องเขินกันไปหลายวันอย่างแน่นอน

 

และไม่ว่าอากาศในประเทศไทยจะร้อนอบอ้าวสักแค่ไหน ไม่ว่าในหนึ่งวันจะมีสักกี่ฤดู แต่ในทุกๆบรรยากาศการแสดงสดของ
เขียนไขและวานิช เชื่อว่าหากใครเคยได้รับชมแล้ว จะต้องมีครั้งต่อๆไปอย่างแน่นอน ด้วยบทเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกทั้งสงบ เยือกเย็น และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

เขียนไขและวานิช คงเปรียบเสมือนไออุ่นที่ช่วยคลายความหนาว และพร้อมจะเยียวยาทุกคน จากความเหนื่อยล้าในชีวิต นาทีนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เติมพลังชีวิตจากบทเพลงของเขาเป็น
อีกหนึ่งวงที่ WHAM อยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง 

และในช่วงวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 02:00 เขียนไขและวานิช ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ออกมา ชื่อเพลงว่า “การให้”
เพลงรักฟังสบาย มอบความ positive ให้กับชีวิตเป็นอย่างมาก และถือเป็นการต้อนรับต้นเดือนที่ดีเลยทีเดียว 

 

      “ยามหลับฝัน เราจะมีดวงใจของกัน 

        ยามตื่นทุกวัน สุขใจเมื่อเห็นหน้าเธอ”

 

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าทุกคนน่าจะได้ความสุขจากการฟังเพลงของพวกเขาไม่มากก็น้อย แต่ที่แน่ๆความสำเร็จของพวกเขา เขียนไขและวานิช ส่วนหนึ่งก็มาจากแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนพวกเขามาโดยตลอด ทาง WHAM หวังว่าทุกคนจะยังคงสนับสนุนวงไทยดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยน้าา

Facebook fanpage : https://www.facebook.com/kiankailaewanich/

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UC6BG8DAV_5_5dG5IZ4RzxOQ

แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร :  https://www.youtube.com/watch?v=ykRGStsDNgQ