เทศกาลที่รอคอยมาถึงแล้ว! หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งปีอยากเที่ยวยาวๆ ก็ดูจะเสี่ยงโควิ-19 กันเสียได้เป็นเศร้ากันไป งั้นเอางี้ไหม ไหนๆ ต้องอยู่บ้านกันอีกหลายวันลองหากิจกรรมที่ทำได้ภายในบ้านทำกันดู วันนี้เอาใจ Whammer สาย Netflix กันหน่อยเพื่อให้เข้าบรรยากาศแห่งคริสต์มาสนี้มาดูกันว่าในช่วงเวลาแสนสุขนี้กับ Netflix จะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง กับภาพยนตร์และซีรีส์ทั้ง 9 เรื่องนี้กัน

1. The Christmas Chronicles 1-2 (2018/2020)

เรื่องราวระหว่าง 2 พี่น้อง Teddy (พี่ชาย) และ Kate (น้องสาว)  ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลคริสต์มาโดยในทุกๆ ปีพวกเขาจะถ่ายวิดิโอฉลองเทศกาลคริสต์มาสไปพร้อมกับครอบครัวอย่างมีความสุข แต่แล้ววันหนึ่งพ่อของเขาก็จากไปคริสต์มาสในปีนั้นจึงเหลือกันแค่ 3 แม่ลูกซึ่งแม่ของพวกเขาต้องเข้าเวรในเวลากลางคืนเนื่องจากทำงานเป็นพยาบาลเธอจึงไม่สามารถอยู่บ้านเพื่อฉลองคริสต์มาสกับลูกๆ ได้ Teddy จึงถูกแม่บังคับให้ดูแล Kate อยู่ที่บ้านซึ่งKate เชื่อว่าซานต้าคลอสมีจริงเธอจึงบอกให้ Teddy ช่วยวางแผนแอบถ่ายวิดิโอตอนที่ซานต้ามาให้ของขวัญที่บ้านเพื่อแลกกับการปิดบังความผิดที่ Teddy ได้ทำขึ้นก่อนหน้านี้ Teddy จึงยอมตกลงทำตามที่น้องสาวต้องการจึงได้ช่วยเธอตั้งกล้องถ่ายวิดิโอในคืนนั้นพวกเขาก็สามารถจับภาพของซานตาคลอสได้จริงๆ และด้วยความอยากรู้อยากเห็นของ Kate เธอจึงชวนพี่ชายแอบขึ้นรถลากของซานตาคลอส โดยในระหว่างทางที่รถลากบินลอยอยู่บนท้องฟ้า ก็ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้ถุงของขวัญหมวกกวางหล่นกระจายไปตามที่ต่างๆ เด็กน้อยทั้งสองคนรู้สึกผิดที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้การผจญภัยเพื่อตามหาและรวบรวมสิ่งของต่างๆ คืนให้กับซานต้าจึงเริ่มต้นขึ้นภารกิจนี้จะจบลงอย่างไรซานต้าคลอสจะให้ของขวัญแก่เด็กๆ ทั่วโลกในคืนแห่งความสุขนี้ทันหรือไม่ สามารถหาภาพยนตร์ที่ดูได้ทั้งครอบครัวเรื่องนี้มาดูได้

2. Home Alone (1-3)

หนังสุดคลาสสิคที่จะทำให้เทศกาลวันหยุดของคุณไม่น่าเบื่อหน่าย กับเรื่องราวของเด็กชายที่บังเอิญถูกแม่ทิ้งให้อยู่คนเดียวตามลำพัง ทำให้ผู้ชมคอยลุ้นเอาใจช่วยหนุ่มน้อยคนนี้ว่าเค้าจะผ่านช่วงเวลาที่โดดเดียวในบ้านอย่างไร เพื่อผ่านอุปสรรคจากหัวขโมยจอมป่วน เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้ครบทุกอารมณ์ ทั้งสนุก และความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งรับชมได้ทาง netflix ได้ทั้ง 3 ภาคเลยทีเดียว

3. The Knight Before Christmas (2019)

อีกหนึ่งหนังคริสต์มาสโรแมนติกคอมเมดี้เนื้อเรื่องเรียบง่าย เหมาะแก่การดูกับคู่รัก หรือ ครอบครัวก็ได้ เป็นเรื่องราวของอัศวิรยุคกลางจากประเทศอังกฤษข้ามเวลามาเจอกับครูสาวชาวอเมริกันในรัฐโอไฮโอ การเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ ไม่มีปมให้คาดเดาดูง่าย เป็นหนังคริสมาสที่ดูสบายเหมาะสำหรับวันหยุดของคุณ

4. Klaus (2019)

Klaus หนังประเภท feel good ที่มีเรื่องเกี่ยวกับเทศกาลวันคริสต์มาส อนิเมชั่นภาพสวย เนื้อเรื่องอบอุ่นที่เล่าเรื่องคริสต์มาสในอีกแบบที่คนไม่เคยได้ยินจากตัวเอกของเรื่อง (เยสเปอร์) นักเรียนที่ห่วยที่สุดของโรงเรียนการไปรษณีย์เขาไปประจำการบนเกาะเยือกแข็งเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล สืบสานตำนานเล่าเรื่องและการแขวนถุงเท้าไว้ข้างเตาผิง เหมาะสำหรับดูกับครอบครัว ผ่อนคลายเบาสมอง

5. A Christmas Prince (2017)

เรื่องราวของ แอมเบอร์ นักข่าวหญิงไฟแรง ที่ได้รับมอบหมายงานให้ไปทำข่าวเกี่ยวกับการขึ้นครองราชย์ จ้าชายริชาร์ด เจ้าชายคนแรกของราชวงศ์แห่งอัลโดเวียที่ขึ้นชื่อเรื่องคาสโนว่าตัวพ่อ ทำให้แอมเบอร์ต้องปลอมตัวไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเจ้าหญิง น้องสาวของเจ้าชายริชาร์ด เพื่อสืบข่าวของเจ้าชายมาเขียนสกู๊ป เพื่อหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าของเธอเอง แต่กลับได้ใก้ลชิดสนิทสนมกับเจ้าชายมากเกินกว่าธรรมดา พล็อตเรื่องอาจจะดูไม่แปลกใหม่แต่ความสนุกดูแล้วทำให้อบอุ่นหัวใจ เราขอแนะนำให้คอหนังโรแมนติกได้รับชมกันเลย

6. The Polar Express (2004)

เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กชายผู้ไม่เคยเชื่อว่าซานตาคลอสมีอยู่จริง แต่ในคืนวันคริสต์มาสอีฟเขากลับได้ยินเสียงรถไฟสาย Polar Express และได้เดินทางไปกับรถไฟขบวนนี้ โดยจุดหมายปลายทางของผู้โดยสารทุกคนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือบ้านของซานตาคลอส ซึ่งความแฟนตาซีเหนือจินตนาการเหล่านี้ส่งให้คนทั้วโลกหลงรักหนังสุดอบอุ่นเรื่องนี้กันไม่น้อยเลยทีเดียว

7. Krampus

หนังวันคริสต์มาสเรื่องนี้เป็นการปัดฝุ่นตำนานเรื่อง Krampus ปีศาจที่ว่ากันว่าเป็นซานต้าในเวอร์ชั่นชั่วร้ายมาเล่าใหม่ค่ะ และหนังยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในครอบครัว และความรักความเอาใจใส่กัน หากเด็กๆ ได้รับความรักจากคนรอบข้างเท่าที่ควร เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น รวมถึงพฤติกรรมบูลลี่หรือกลั่นแกล้งคนอื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดี และจะถูกลงโทษจากปีศาจ

8. Angela’s Christmas Wish (2000)

เป็นภาคต่อจากเรื่อง Angela’s Christmas (2017) ภาคนี้กลับมาในเรื่องของเด็กหญิง แองเจลล่า พร้อมกับพี่ชายของเธอ ช่วยกันพยายามตามหาพ่อของพวกเขา พ่อผู้ออกเดินทางไปออสเตรเลียเมื่อ 2 ปีก่อนกลับมา เพื่อให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากันทุกคนอีกครั้งในวันคริสมาสตร์ปีนี้ เพื่อเซอร์ไพรส์แม่ของเธอด้วยการตามหาพ่อเธอกลับมาให้ได้  ซึ่งเรื่องนี้มีความอบอุ่น น่าประทับใจเหมาะกับภาพยนต์ครอบครัว

 

9. How The Grinch Stole Christmas

ตัวประหลาดสีเขียวจากหนังสือเด็กของ Dr. Seuss ถูกแปลงเป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซี-คอมเมดี้ เวอร์ชั่นคนแสดง ดดยในหนังภาคนี้ก็ได้นักแสดงอย่าง จิมแครี่ (Jim Carrey) มาเป็นผู้รับบทสัตว์ประหลาดตัวเขียว เรื่องราวเริ่มขึ้นจากหมู่บ้าน Whoville ที่เจ้ากรนช์เติบโตขึ้นมา ทว่าเขานั้นมีความหลังฝังใจในวันคริสมาสตร์ ทำให้กรินช์เกลียดและหนีไปใช้ชีวิตคนเดียวในที่ห่างไกล จนวันหนึ่งเค้าอยากที่จะทำลายวันคริสมาสตร์ เพื่อเอาคืนที่ทำให้เค้าเจ็บปวด เป็นภาพยนตร์สุดคลาสสิคสนุกดูง่าย

 

แถมให้อีก 1 เรื่อง The Princess Switch

เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ เป็นภาพยนต์แนวฟีลกู๊ด โรแมนติก ภาคต่อจาก The princess Switch(2018) ความสนุกในภาคแรกทำให้แฟนๆ เฝ้ารอการกลับมาของภาคต่อ ในภาคนี้ตัวละครหลักๆ ยังเป็นนักแสดงเดิม ยกเว้นโอลิเวีย แต่เธอก็แสดงได้น่ารักสดใสสมวัย รับรองว่าเป็นหนังฟีลกู๊ดที่ดีเรื่องหนึ่งเลย

เป็นยังไงกันบ้างกับ ภาพยนตร์ Netflix ที่เราเอามาเสริ์ฟแก้เบื่อให้ทุกคนหวังว่าจะคลายความเหงาและสร้างความสุขให้ไม่น้อย ถ้าใครมีเรื่องอื่นๆ อยากนำเสนอให้เรานำมาบอกต่อสามารถส่งไปที่ Facebook Fanpage : WHAM ได้เสมอ แล้วเราจะนำมาแชร์ให้คนอื่นๆ ดูไปกับเรา! หรือคลิกที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/whamculture 

- ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก NETFLIX -