"การเหยียดสีผิว" ประเด็นทางสังคมระดับโลกที่มีมาอย่างยาวนานและกำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ ทุกคนคงได้เห็น #BlackLivesMetter กันอยู่บ่อยๆ ผมเลยอยากแนะนำ 6 ภาพยนตร์ที่สะท้อนความแกร่งในจิตใจคนผิวสีมาให้ WHAMER ได้ดูและหวังว่าการรับชมมุมมองต่างๆ ที่ภาพยนตร์ถ่ายทอดออกมาจะทำให้เราเข้าใจในความแตกต่างนั้นมากขึ้น โดยเรื่องแรกที่ผมอยากนำเสนอคือ

Moonlight (2016) 

กำกับโดย Barry Jenkins / นักแสดงนำ Mahershala Ali, Shariff Earp, Duan Sanderson

ภาพยนตร์สะท้อนประเด็นดราม่าผ่านบทสนทนามากมายแต่ที่สร้างความจดจำและตรึงใจที่สุดเห็นจะเป็นบทสนทนาแบบไร้เสียง อย่าง ฉากสายตาของชายหนุ่มสองคนที่มองกันโดยที่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นได้ต่างออกไปแต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร? ไคลแม็กซ์ของ Moonlight เพราะหนังหลายเรื่องที่พูดถึงประเด็นเดียวกันส่วนใหญ่เทน้ำหนักให้การมีตัวตนของตัวละคร แต่ผู้จัดอย่างแบร์รี่ เจนกิ้นส์ เลือกที่จะแตกต่างโดยถ่ายทอดเรื่องราวของความเป็นชายที่ลึกซึ้งและคมคายแทน ทำให้กวาดรางวัลออสการ์หรือ Academy Awards ปี 2017 จำนวน 3 รางวัล ทั้ง Best Motion Picture of the Year,  Best Performance by an Actor in a Supporting Role และ Best Adapted Screenplay

 

12 Years a Slave (2013) 

กำกับโดย Steve McQueen / นักแสดงนำ Chiwetel Ejiofor, Michael Kenneth Williams, Michael Fassbender

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดัดแปลงมาจากอัตชีวประวัติชื่อเดียวกันและมีชื่อภาษาไทยว่า "ฤๅสิ้นสุดมนุษยภาพ" แต่งโดยโซโลมอน นอร์ธัป ซึ่งเขาเองเป็นเสรีชนชาวนิวยอร์กผู้ถูกลักพาตัวในวอชิงตันดีซี ปี ค.ศ. 1841 และโชคร้ายที่เขาเองได้ถูกขายเป็นทาสในโรงงานฝ้ายในหลุยเซียนากว่า 12 ปี โดยอัตชีวประวัตินี้ได้ถูกการตรวจและประติดประต่อเนื้อหาให้มีความถูกต้องที่สุด

เมื่อภาพยนตร์ได้ถูกฉายออกมาก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อหลายสำนักได้ขนานนามให้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของปี ทำรายได้กว่า 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าได้กำไรเป็นอย่างมากจากต้นทุนการผลิตเพียง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แน่นอนที่จะต้องกวาดรางวัลออสการ์หรือ Academy Awards ปี 2014 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ Best Motion Picture of the Year,  Best Performance by an Actress in a Supporting Role และ Best Writing, Adapted Screenplay

 

The Butler (2013)

กำกับโดย Lee Daniels / นักแสดงนำ Forest Whitaker, Oprah Winfrey, John Cusack

เรื่องราวการถ่ายทอดจากแรงบันดาลใจในบทความเรื่อง "A Butler Well Served by This Election" ที่เล่าเรื่องราวชีวิตของอดีตพ่อบ้านทำเนียบขาวผู้ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีมากที่สุดอย่าง "เซซิล" โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หยิบเอาเรื่องราวการฟันฟ่าในการแบ่งแยกชนชั้นอย่างรุนแรงของเซซิล ตั้งแต่เด็กจวบจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาได้เรียนรู้จากสิ่งที่เลวร้ายที่สุดและผลักดันให้ตัวเองจนสามารถคว้าโอกาสเดียวในชีวิต ที่จะนำเขาออกจากวงวารที่น่าสลดนั้นได้ตลอดการ คือ การเป็นประธานาธิบดีคนสำคัญของอเมริกา เขาเองก็ได้เป็นประจักษ์พยานของประวัติศาสตร์และกระบวนการทำงานของประธานาธิบดีคนก่อน ในระหว่างการเกิดความเคลื่อนไหวทางการเมือง

 

Hidden Figures (2016)

กำกับโดย Theodore Melfi / นักแสดงนำ Taraji P. Henson, Octavia Spencer, Janelle Monae

เรื่องราวของการบอกเล่าที่อาจดูเหมือนดราม่าในองค์กร  NASA จากการที่ผู้หญิงผิวสี 3 คน ผู้เป็นหัวเรียวหัวแรงหลักของโครงการที่ทำให้ จอนห์น เกลนน์ ออกไปนอกโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่ภาพยนตร์ได้บอกเล่าเหตุการณ์ออกมาเป็นเรื่องราวที่สดใส น่ารัก เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ สอดแทรกด้วยมุมมองสุดหลักแหลมของหญิงเชื้อสายแอฟริกันอเมริกัน ทั้ง 3 ด้วยเหตุนี้ทำให้ภาพยนตร์ได้เข้าชิง 3 รางวัลออสการ์ปี 2017 สาขา Best Motion Picture of the Year / Best Performance by an Actress in a Supporting Role / Best Adapted Screenplay

 

Fences (2016) 

กำกับโดย Denzel Washington / นักแสดงนำ Denzel Washington, Viola Davis, Stephen Henderson

เรื่องราวของคุณพ่ออดีตนักกีฬาชื่อดัง ที่ชีวิตช่วงปลายจะต้องมาเป็นคนเก็บขยะ ครอบครัวของเขาเองจึงต้องมุมานะเพื่อสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่อีกครั้งจนลืมที่จะใส่ใจการให้ความรักกับครอบครัว ท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมของคนขาวและคนดำ ภาพยนตร์ไม่ได้มีมุมกล้องที่น่าสนใจหรือฉากสุดเร้าใจแต่อย่างใด มีเพียงลักษณะการถ่ายทอดเหมือนกับละครเวทีอันเป็นความตั้งใจแรกของเดนเซล ผู้จัดและนักแสดงนำในเรื่องเพราะเขาเองอยากใส่ความตั้งใจและความรู้สึกลงไปในเพลงเพื่อสร้างอารมณ์ให้กับแต่ละตัวละครที่น่าทึ่ง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ปี 2017 และชนะ 1 รางวัลในสาขา Best Performance by an Actress in a Supporting Role

 

The Help (2011) 

กำกับโดย Tate Taylor / นักแสดงนำ Emma Stone, Viola Davis, Octavia Spencer

ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกมุมมองที่สวยงามสำหรับการถ่ายทอดมิตรภาพระหว่างคนผิวขาวและผิวสี ผ่านเรื่องราวของสาวใช้ผิวสีและเจ้านายผิวขาวในมิสซิสซิปปี ราวๆ ปี ค.ศ. 1960 ที่มีการแบ่งชนชั้นผิวสีกันอย่างชัดเจน เกิดการขัดแย้งภายในบ้านเล็กๆ ที่มีคนสองกลุ่มนั้นอยู่ร่วมกันและที่สำคัญคือมิตรภาพที่สวยงามในเรื่องราวสุดโกลาหลระหว่างนักเขียนสาวผิวขาว กับ 2 สาวใช้ผิวสีที่ร่วมระดมไอเดียในการเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง อาวุธลับในการตีแผ่ชีวิตสาวใช้ผิวดำและพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้านายผิวขาว อีกทั้งยังเป็นการท้าทายเส้นบางๆ ระหว่างสังคมของยุคนั้นอีกด้วย

The Help สามารถสร้างรายได้ภายใน 3 สัปดาห์จากผู้ชมในอเมริกาไปกว่า 100 ล้านเหรียญและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มนักวิจารณ์ทั่วโลก แน่นอนว่าจะต้องกวาดรางวัลออสการ์ ปี 2012 ได้อย่างแน่นอนในสาขา Best Performance by an Actress in a Supporting Role

 

ถ้าใครได้ดู 1 ใน 6 เรื่องนี้แล้ว ผมหวังว่าจะได้รับความบันเทิงพร้อมกับแง่คิดดีๆ ไปไม่มากก็น้อยและคงไม่ลืมที่จะใส่ใจปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ ทุกชีวิตมีค่าเท่าเทียมกัน หยุดแบ่งแยกความสร้างสรรค์ของธรรมชาติด้วยตรรกะที่เห็นแก่ตัวกันเถอะ #BlackLivesMatter  

 

- ขอบคุณข้อมูลหนังดีๆ จาก Boomerangshop -