HIPHOP HOUSE มันส์ทุกทาง สุดทุกสายในงานเปิดบ้านเวิร์กช็อปแบบเป็นกันเอง พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมฮิพฮอพไทย

 

 

HIPHOP HOUSE คืองานรวบรวม Elements ต่างๆที่หลอมรวมกันกลายเป็นวัฒนธรรมฮิพฮอพมาให้เราได้ศึกษา และโชว์ให้ดูอย่างครบครันแบบจบในที่เดียว ณ G Village Bangkok ผ่านการเวิร์กช็อปเพื่อฝึกปรือสกิลในสายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น MC, B-BOY, GRAFFITI, DJ และ BEATBOX โดยพี่ๆผู้เชี่ยวชาญหรือศิลปินที่โลดแล่นอยู่ในวงการฮิพฮอพไทยมานาน ที่สำคัญคืองานนี้ฟรี! และ WHAM ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศมาฝากพร้อมบอกเล่าถึงความสนุกสนานของงานนี้กันสักหน่อย

จากที่มีโอกาสได้เข้าไปเดินชมงานต้องขอบอกเลยว่าบรรยากาศดี ตัวสถานที่ทางทีมผู้จัดก็ได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม มีการทาสงทาสี พ่นกราฟฟิตี้ แปะโปสเตอร์ ทุกอย่างที่สื่อสารถึงความเป็นฮิพฮอพ มันให้อารมณ์ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่เปรียบเสมือนคอมมิวนิตี้ขนาดย่อม ซึ่งเปิดให้คนที่ชอบ รักและหลงใหลในวัฒนธรรมฮิพฮอพได้มาพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนาน แถมภายในงานยังได้เจอกับศิลปินฮิพฮอพมากหน้าหลายตาที่เราคุ้นเคยกันดีในระยะใกล้ชิดอีกด้วย เรียกได้ว่าฟินแตกกันไปเลย

 

 

THAI HIPHOP CULTURE EXHIBITION & TALKS

งานเริ่มด้วยการเปิดให้คนขึ้นมาเดินชมนิทรรศการบนชั้น 2 ที่ได้รวบรวมเอา ‘ความทรงจำดีๆของฮิพฮอพไทย’ มาจัดแสดงไว้ โดยจากภาพที่เราเห็นก็มีสิ่งของหายากมากมายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ซีดี แผ่นเสียง รูปภาพ ป้ายเป้ยต่างๆ ฯลฯ แต่สิ่งที่พิเศษสุดคือการได้ชมมิกซ์เทปและฟุตเทจหายากของพี่ๆศิลปินที่ทางทีมผู้จัดบอกว่าไม่เคยนำไปเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เปิดให้ชมที่นี่ที่เดียว วันเดียวเท่านั้น ซึ่งใครพลาดไปก็ถือว่าน่าเสียดาย เพราะโอกาสที่จะได้เห็นของสะสมหายากแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

 

 

หลังจากเดินเล่นซึมซับบรรยากาศความเป็นฮิพฮอพได้ระยะหนึ่ง เราก็เดินลงมาชั้นล่างเพื่อฟังเสวนาแบบชิลๆเรื่อง ‘THAI HIPHOP CULTURE’ โดยทางทีมผู้จัดงานและพี่ๆศิลปินมากฝีมือผู้จัดเวิร์กช็อปในสายต่างๆ นำมาโดยทีม Rap is Now, กรุงเต้นมหานคร, Artventure, Paranormal DJS และ Beatbox Club Thailand ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้เป็นการพาเราทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นการเกิดวัฒนธรรมฮิพฮอพของประเทศไทย รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรมฮิพฮอพในอดีตจนถึงปัจจุบัน อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเข้าถึงวัฒนธรรมฮิพฮอพใน Elements อื่นๆที่ไม่ใช่แค่การแร็ปมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่คนมาร่วมงานจะได้รับความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับวงการฮิพฮอพในบ้านเราอย่างเพลิดเพลินสุดๆ เหมือนเป็นการปูพื้นฐานให้รู้สึกอินและรู้ก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ก่อนจะแยกย้ายกันไปลองจับเครื่องไม้เครื่องมือของจริง ฝึกทำจริง เล่นจริงในการเวิร์กช็อป

 

 

WORKSHOP

นี่น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้น้องๆหรือชาวฮิพฮอพหลายๆคนตัดสินใจเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากจะมีนิทรรศการรวบรวมของหายากให้ได้ดู, ได้ร่วมพูดคุยเสวนากันภายใต้บรรยากาศสุดเป็นกันเองแล้ว ยังมีการเปิดลงทะเบียนให้คนที่สนใจได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปแบบไม่มีเสียตังค์สักบาทเดียวเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้หลายคนได้เรียนรู้เรื่องการเขียนไรม์และโครงสร้างการสัมผัสคำกับ MC หรือแร็ปเปอร์อย่าง K.AGLET, SUNTHII และรุ่นเก๋าของวงการแร็ปใต้ดินอย่าง NAZESUS / เรียนรู้ทักษะการเต้น BREAKIN และ HIPHOP DANCE จากทีม กรุงเต้นมหานคร ที่นำมาโดยนักเต้นเท้าไฟอย่าง B-BOY I STYLE, BOMBAE, MICVOZ, TAKA และ KONG FIREFOOT / เรียนรู้สกิลการเขียนแท็ก การสเก็ตช์ การวาดและการพ่นสีกราฟฟิตี้กับสตรีทอาร์ติสมือฉมังจากกลุ่ม Artventure อย่าง BigDel / เรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นสำหรับการเป็น DJ HIPHOP จากทีม PARANORMAL DJS / เรียนรู้แพทเทิร์นจังหวะต่างๆ การใช้เสียง การออกแบบหรือสร้างจังหวะเป็นของตัวเอง รวมถึงการเล่นกับไมค์โดย WADAFUZK, A.R.M.P.C. และ PEDPED จากทีม BEATBOX CLUB THAILAND ซึ่งเราคิดว่าไม่มีอะไรคุ้มกว่านี้อีกแล้ว ส่วนบรรยากาศของการเวิร์กช็อปก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความอบอุ่นและรอยยิ้มของชาวฮิพฮอพทุกคน เรารู้สึกได้ว่าหลายคนที่เดินทางมาร่วมงานมีความตั้งใจอยากมาเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะและอยากมาช่วยกันรันวงการฮิพฮอพให้เติบโตไปด้วยกันจริงๆ

 

 

HOUSE PARTY

ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้รวม Elements สุดมันส์ที่มีการโชว์แบบแจมกันของชาวฮิพฮอพทุกสาย ใครอยากเต้นก็เต้น ใครอยากแร็ปก็แร็ป ใครอยากบีทบ็อกซ์ก็บีทบ็อกซ์ ซึ่งตรงนี้เราขอยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่สนุกที่สุดของงานนี้เลย เพราะนอกจากจะได้กินดื่ม พบปะพูดคุยกับเพื่อนๆพี่ๆศิลปินในวงการฮิพฮอพกันอย่างใกล้ชิดเป็นกันเองแล้ว เรายังได้เห็นใครหลายคนนำเอาทักษะที่ได้เรียนรู้จากคลาสเวิร์กช็อปในวันนี้ออกมาโชว์ มาสนุกสนานกันอย่างสุดเหวี่ยง เป็นภาพบรรยากาศที่แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นกลมเกลียวกันของพี่น้องและเพื่อนๆชาวฮิพฮอพไทยได้เป็นอย่างดี


 

สำหรับใครที่พลาดไปก็ไม่ต้องเสียใจ คอยติดตามข่าวสารกันเอาไว้ให้ดี เพราะว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนที่มีกิจกรรมดีๆแบบนี้เกิดขึ้น ตราบใดที่ยังมีกลุ่มคนพวกนี้คอยรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนวงการอยู่ ฮิพฮอพไทยที่หลายคนมองว่าปัจจุบันมันบูมแค่แวดวงของการเป็น MC หรือ Rapper มันก็ไม่มีวันล้มหายตายจากไปไหนได้หรอก สักวันหนึ่งการเต้น B-BOY, การทำ Graffiti, การเป็น DJ และการเล่น Beatbox มันจะต้องกลับมาฮิตเป็นกระแสอีกครั้ง เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานศิลปะ และงานศิลปะมันไม่มีวันตาย

นอกจากความสนุกสนาน ทักษะความรู้และแรงบันดาลใจที่ทุกคนได้รับกลับไปอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว เราเชื่อเหลือเกินว่าพวกเขาจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้แน่นอน ทั้งตัวผู้มาร่วมงานเองและตัวผู้จัดงานเองด้วยที่ต่างต้องกลับไปฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม เพราะพวกเขาทุกคนคือส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันส่งเสริมให้วัฒนธรรมฮิพฮอพของประเทศไทยบ้านเรามันกลับมาบูมขึ้นอีกครั้ง และทำให้มันยืนหยัดเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแรงด้วย