BOY DON’T CRY!

 

Arikatou…เสียงขอบคุณเป็นภาษาญี่ปุ่น ของชายวัยหกสิบที่เหงื่อไหลจนอายไลน์เนอร์หลุด ในนาม robert smith ที่ยืนอยู่บนเวทีสูงราวตึกสามชั้นพร้อมพูดต่อว่า and the last song....boy don’t cry 

จากที่หน้ามืดกดจองตั๋วแบบไม่คิดหน้าคิดหลังเมื่อสามเดือนที่เเล้ว รู้สึกตัวอีกที ก็อยู่ตรงนี้ กับเพลงสุดท้ายเเล้ว

ฟูจิร็อค เทศกาลดนตรีฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่เขาลือกันมันคือแบบนี้ เทศกาลที่นายจะได้คลุกคลีอยู่กับดนตรี กินนอน เมามายไปกับดนตรีอย่างแท้จริง

ที่ว่ากินนอนก็คือ การนอนเต๊นท์อยู่ในงานที่เป็นภูเขา ใช่ฮะ..เฟสติวัลนี้จัดในภูเขา ถ้าอยากได้ที่เหมาะๆในการกางเต๊นท์ แนะนำว่าควรไปตั้งแต่วัน Preparty งานมี 3 วัน 3 คืน

และถ้าไปจองกางเต๊นท์ก่อน นั่นเท่ากับว่าชีวิตห้าวันเราจะอยู่ในภูเขานั้น เสียงแรกที่ได้ยินตอนตื่นมันคือเสียงกีต้าร์ sound check และเสียงสุดท้ายก็คือเสียงขอบคุณของวงที่เล่นยันหกโมงเช้า 

.

เต๊นท์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้าถึงที่สุดสำหรับงานนนี้ และยังมีตัวเลือกอื่นๆ เช่น โรงแรมชื่อ prince hotel ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้างาน และแน่นอน เจ้าบ้านรุมจองไปก่อนเราๆเเล้ว

หรือใครขับรถไปละแวก Naeba Ski Resort ก็พอจะมีโรงแรมบริการอยู่บ้าง ส่วนการเดินทางไป fuji rock festival จากโตเกียว ปลายทางอยู่ที่ Naeba Ski Resort ใช้เวลา 3 ชั่วโมงโดยการขับรถ

และ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยรถไฟชิงคังเซน (แล้วต่อรถรับส่งจากสถานีเข้างาน)

แต่หมู่มวลนักฟังเยอะเหลือเกิน การขับรถอาจจะเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าในแง่ของการเดินทาง เกือบทุกเวทีอยู่กลางแจ้ง เวทีใหญ่สุด green stage เรียกได้ว่าเราดูอยู่บนภูเขาทั้งลูกก็ว่าได้ 

มีเวทีราวๆสิบเวทีได้ เป็นไปได้ที่วงที่เรารักมันจะชนกัน เราสามารถ download แอปพลิเคชั่น ในการทำ time table ไปก่อนได้ว่าเราจะเลือกวงไหน เวทีอะไร แต่!! พอเอาเข้าจริงๆ แผนการก็จะล้มลง

เพราะระยะทางแต่ละ stage มันคือหลักกิโลเมตร....ใช่ครับ จากเวทีนึงไปเวทีนึง การเดินใช้เวลาต่ำๆครึ่งชั่วโมง สิริรวมการเดินในงานต่อวันอยู่ที่ 15 กิโลเมตร 

ดังนั้น ปล่อยวางบ้าง ฮ่าฮ่า 


ในงานนอกจากดนตรี ตีมดีไซน์ งานอาร์ต และกิจกรรม มีอยู่เต็มมากมาย มีอะไรให้ถ่ายรูปเต็มไปหมด ถ้านายมีแบตโทรศัทพ์ (ห้าวันในนั้นมีที่ชาร์จไฟซะที่ไหน) และถ้านายเป็นคนเนิร์ดเรื่องซาวน์

บอกได้เลย นี่คือเฟสติวัลที่ซาวน์ดีสุดๆกว่าที่ไหนๆในเอเซียที่เคยไปดูมา คัลเลอร์ถูกต้อง สเตจสวย วิชชวลดีทุกวง แบบไม่แคร์สภาพอากาศที่ไบโพล่า เคยไปเทศกาลอื่นๆในญี่ปุ่นก็พอรู้มาบ้างว่าเดือนนี้มันร้อน

เหมือนบ้านเรา แต่พอเจอเข้าจริง อ้าวเห้ย ร้อนก็สุก กลางคืนหนาวก็สุด เเล้วที่เลวสุดคือ ฝน ฝน และ ฝนที่ตกตลอดเวลา บางวันฝนตกต่อเนื่องสามสิบชั่วโมง ดูดนตรีไปก็ได้แต่ลุ้นในใจว่าเต๊นท์

จะน้ำท่วมไปหรือยังนะ ดังนั้น เสื้อกันฝน จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญมากๆ ภาพที่เห็นจนชินตา คือเราเห็นคนญี่ปุ่นในชุดกันฝนและเก้าอี้พับ อยู่เต็มไปหมด

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าถ้ามันลำบากขนาดนั้น จะไปทำไม ดูอยู่ moon star เมืองทอง ก็ได้ ใช่.. ผมเองก็ชอบความสบายแต่สิ่งนึงที่เป็นเสน่ห์อันร้ายกาจของเทศกาลนี้ คือคนที่นี่ 

บ้าดนตรีมาก อารมณ์ร่วมที่มีต่อวง การอดทนรอแม้อากาศจะแย่แค่ไหน ก็ทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้เลย เราเห็นคนแสดงออกทางความรู้สึก ทั้งเต้น ทั้งร้องตาม หรือ การชูมือเป็นจังหวะ

มันทำให้บรรยากาศที่นี่มันสวยงาม  แล้วมันส่งผลต่อคนเล่น เราพบว่า วงเล็กๆน้อยๆ ยันวงใหญ่ๆ ทุกวงที่นี่มีพลังอะไรบางอย่างที่เอาจริงเอาจังกับโชว์มาก เช่น thom yorke (radiohead) 

ตาลุงดื้อๆ ที่ไม่เคยเป็นมิตรกับแฟนเพลงเลย ยอมออกมาอังกอถึงสองครั้ง เพราะแฟนเพลงญี่ปุ่นตากฝนรอหลังจบโชว์ไม่ยอมกลับบ้าน เป็นภาพจำที่หาไม่ได้จากที่อื่นแน่ๆ 

.

the chemical brother ที่ production อลังการ คนเต้นทั้งภูเขา หรือเวทีเล็กๆ ที่เราได้ดูวง american football กับ toe ในงานเดียวกัน (ติ่ง match rock คงน้ำตาไหล) วงไทยอย่าง พาราไดร์ หมอลำ

อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ทำให้คนทุกสัญชาติยกมือฟ้อนลำกันอย่างบ้าคลั่ง ถ้านายเป็นคนบ้าดนตรี ที่นี่ควรเป็นที่ ที่นายควรแวะมาทักทายดูหน่อย

แล้วเสียงกีต้าร์ดังขึ้น ลุงโรเบิตร้อง I would say I'm sorry If I thought that it would change your mind วินาทีนั้น ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว 

“ปล่อยใจไปกับเพลงสุดท้ายที่นี่ FUJI ROCK FESTIVAL”