เร้กเก้แลนด์ ดินแดนแห่งเสรีภาพของชาวจาไมก้า

หากพูดถึงประเทศจาไมก้า หลายคนคงนึกถึงบ้านเกิดของบ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley) ศิลปินเร้กเก้ระดับตำนาน ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของแนวดนตรีอันหลากหลาย และได้รับความนิยมไปทั่วโลก สิ่งเหล่านี้นับเป็นจุดแข็งของประเทศเกาะท่ามกลางทะเลแคริเบียนเลยก็ว่าได้ แนวดนตรีที่ถือกำเนิดขึ้นที่จากไมก้ามีด้วยกันถึง 6 ประเภท ได้แก่ เมนโต (mento), สกา, เร้กเก้, ร็อกสเตดี (rocksteady), ดั๊บ (dub) และ แดนซ์ฮอลล์ ทำให้องค์การยูเนสโกได้คัดเลือกให้คิงส์ตัน (Kingston)

เมืองหลวงของประเทศจาไมกาเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรี (UNESCO City of Music) ในปี 2015

Rastafari (Rastafarian) คือกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่มีอยู่มากในประเทสจาไมกา เป็นผู้นับถือลัทธิของศาสนาหนึ่งที่มีพฤติกรรมเฉพาะตัว เช่น การแต่งตัว หลงใหลในสีเขียว เหลือง แดง และก็คงหนีไม่พ้น ‘กัญชา’ ที่ทำให้ชาว Rastafari รักสันติและความสงบ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนสนุกสนานและหลงใหลในธรรมชาติ

ชาว Rasta เชื่อว่าดนตรีของพวกเขาสามารถรักษาไข้หวัดและอาการปวดหัวได้

เมื่อเพลงเร้กเก้ได้รับการพัฒนาเป็นเพลงยอดนิยม ก็กลายเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในช่วงยุค 50 ได้รับความนิยมในจาไมก้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งเร้กเก้ยังเป็นสื่อกลางในการวิจารณ์สังคมในสมัยนั้น แสดงให้เห็นถึงการใช้รูปแบบทางการเมืองที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เร้กเก้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกในช่วงกลางทศวรรษ 1970 และถูกมองว่าเป็นเพลงของคนผิวดำที่ถูกกดขี่ในหลายประเทศ หลักการพิธีกรรมของ Rastafari คือการสูบของกัญชา นอกจากการสูบแล้วยังนำกัญชาเข้าไปใช้เป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหาร และเป็นส่วนผสมในยาอีกด้วย 

 

ลัทธิและปรัชญาความเชื่อแบบ Rastafari ได้แพร่หลายไปทั่วโลกผ่านเพลงเร้กเก้ของ Bob Marley 

Rastafari จึงมีอิทธิพลต่อนักดนตรีแนวเร้กเก้เป็นจำนวนมากในปี 1970-1980 โดยเนื้อหาของเพลงเร้กเก้มีความหลากหลายตั้งแต่เรื่องของการพยายามทำให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การต่อต้าน ระบบทุนนิยม การเหยียดผิว จนถึงการต่อต้านสงครามและส่งเสริมสันติภาพในจาไมก้า และมีสัญลักษณ์ของลัทธินี้เป็นการถักผม dreadlock, ธงชาติสีเขียว เหลือง แดง ของเอธิโอเปีย และกัญชา

ดนตรีเร้กเก้กลายเป็นที่นิยมทั่วโลกจากบทเพลงของ Bob Marley 

ในช่วง 1970 บ็อบมีอัลบั้มมาสเตอร์พีซอย่าง Natty Dread (1974) Rastaman Vibration (1976) และ Exodus (1977) อีกทั้งยังใช้เพลงเร้กเก้ในการเผยแพร่แนวคิดของขบวนการราสตาฟารี (Rastafari) ที่สนับสนุนให้บรรดาลูกหลานของอดีตทาสเดินทางกลับไปยังแอฟริกา และยังเป็นกระบอกเสียงแห่งสันติภาพสำหรับผู้ที่มีเชื้อสายแอฟริกาที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้คนทั้งในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และทวีปแอฟริกา เมื่อบ็อบ มาร์เลย์เสียชีวิตลงในปี 1981 บ้านพักและสตูดิโอของเขาในเมืองคิงส์ตันก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์บ็อบ มาร์เลย์ และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจาไมกาจนทุกวันนี้ (https://bit.ly/34SJzeA

 

 

 

 

"BBC รายงานว่า UNESCO ซึ่งเป็นองค์กรด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้เพิ่มเร้กเก้เข้าในรายชื่อสถาบันวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การปกป้องและอนุรักษ์"

“เร้กเก้เป็นหัวใจของจาไมก้า.. ดนตรีที่ไม่เหมือนใครซึ่งเกิดจากจินตนาการที่สร้างสรรค์ของผู้คนที่หลากหลาย สร้างขึ้นจากประสบการณ์ที่พบเจอบ่อยๆ การต่อสู้ดิ้นรน ความสำเร็จและจิตวิญญาณที่รอดชีวิตจาก Middle Passage เพื่อกลายเป็นผลงานพื้นเมืองของเรา เสียงดนตรีของเราเป็นพลังขับเคลื่อนของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเปลี่ยนแปลงประเทศ... ”

 

 

 

Source : 

https://bit.ly/2qRJIQI

https://bit.ly/2QdI0E1

https://bit.ly/2NIvpXR

https://bit.ly/2ObsIwU

https://bit.ly/370SVad